• November 3, 2026
ขึ้นบ้านใหม่

สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับขึ้นบ้านใหม่มีอะไรบ้าง?

การย้ายเข้าบ้านใหม่แน่นอนว่าต้องดูฤกษ์งามยามดีให้เรียบร้อย มากไปกว่านั้นยังต้องเตรียม “สิ่ง” ที่จำเป็นต้องใช้ในการประกอบพิธีทางศาสนาด้วย ซึ่งสิ่งของที่จำเป็นต้องเตรียมให้พร้อมมีอะไรบ้าง? หากคุณกำลังสงสัยและกำลังหาข้อมูลในเรื่องนี้อยู่ ไม่ต้องไปหาจากที่อื่นให้เสียเวลาเพราะเราลิสต์มาให้หมดแล้ว ไปดูพร้อม ๆ กันได้เลย

ขึ้นบ้านใหม่ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

สำหรับสิ่งของที่ต้องเตรียมเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาเมื่อขึ้นบ้านใหม่ มีทั้งหมด 7 อย่างด้วยกัน ดังนี้

1. พระพุทธรูป

2. ดอกไม้ ธูป เทียน ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรม

3. ผลไม้มงคล (สามารถเลือกได้ตามกำลัง) 

4. ขนมไทย เช่น ทองหยิบทองหยอด ฝอยทอง ขนมมงคลสีทอง เพื่อเสริมความร่ำรวย

5. อาหารคาว เช่น ข้าวและสำรับต่าง ๆ แกง ผัด ทอด

6. ข้าวสารอาหารแห้ง

7. น้ำดื่มสะอาด

ขั้นตอนการทำพิธีย้ายเข้าบ้านใหม่

สำหรับขั้นตอนการประกอบพิธีย้ายเข้าบ้านใหม่ ก็ไม่มีขั้นตอนไหนที่ยุ่งยากหรือซับซ้อน แถมยังใช้เวลาเพียงไม่นานเท่านั้น แต่จะมีขั้นตอนอะไรบ้างไปดูพร้อม ๆ กันเลย

1. อัญเชิญพระพุทธรูปเข้ามาในบ้าน โดยให้ผู้ชายที่มีความอาวุโส เช่น คุณปู่ คุณพ่อ หรือคุณตาเป็นคนถือพระพุทธรูปเข้ามาไว้ภายในห้องพระที่จัดเตรียมไว้

2. เตรียมของขึ้นบ้านใหม่ โดยนำข้าวสารอาหารแห้งที่จัดเตรียมไว้นำมาวางไว้บริเวณกลางบ้าน เพื่อเสริมให้บ้านอุดมสมบูรณ์ เงินทองไหลมาเทมา และเจริญก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อย ๆ

3. นำดอกไม้ ธูป เทียน จัดใส่แจกันโต๊ะหมู่บูชาคุณพระศรีรัตนตรัย หรือพระพุทธรูปที่อัญเชิญมา

4. ถวายของมงคลต่าง ๆ ที่จัดเตรียมไว้ ได้แก่ ผลไม้มงคล สำรับคาว-หวาน และน้ำดื่ม

5. อธิษฐานเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับบ้านและสมาชิกในครอบครัว ให้มีแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง และอยู่เย็นเป็นสุข

6. ขั้นตอนสุดท้ายทำการจุดดอกไม้ ธูป เทียน ถวายสำรับอาหารคาว-หวาน ผลไม้มงคล และน้ำดื่มอีก 1 ชุด เพื่อบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางว่าเราและสมาชิกในครอบครัวได้ทำการย้ายเข้ามาอยู่อาศัยแล้ว และขอให้ท่าน (เจ้าที่เจ้าทาง) ช่วยดูแล ปกป้องรักษาทุกคนให้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขทั้งกายและใจ

ทั้งหมดนี้เป็นพิธีกรรมที่อยู่กับสังคมไทยมานาน ตามความเชื่อที่เชื่อว่าหากทำพิธีบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางก่อนย้ายเข้าอยู่อาศัย จะช่วยให้มีแต่ความเป็นสิริมงคล ร่มรื่น ร่มเย็น ปัญหาและอุปสรรคใด ๆ ก็ไม่มีเข้ามาวุ่นวาย ทั้งนี้ในเรื่องของฤกษ์งามยามดี แนะนำให้สอบถามจากพระอาจารย์ เจ้าอาวาส หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ หรือถ้าไม่เคร่งเรื่องนี้มากเกินไปบางคนก็ถือเอา “ฤกษ์สะดวก” ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละครอบครัว